18
ขุนแม่ยะ มหัศจรรย์แห่งขุนเขา แห่งดอยสีชมพู เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติตามช่วงฤดูกาล เมื่อเริ่มเข้าฤดูหนาวของทุกปี ต้นซากุระ หรือนางพญาเสือโคร่ง ในบ้านเราก็จะทิ้งใบ และผลิดอกเบ่งบานเต็มต้นอย่างดงาม โดยเฉพาะที่ี่หน่วยต้นน้ำขุนแม่ยะจะมีลักษณะเป็นพิเศษที่มีการปลูกกันทั่วดอย หนาแน่น มีความสวยงามด้วยสีชมพูปกคลุมทั่วดอย จึงนิยมเรียกกันว่า “ดอยสีชมพู”

ตั้งอยู่ในความดูแลของ หน่วยจัดการต้นน้ำขุนแม่ยะ ในสังกัดส่วนจัดการต้นน้ำกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ 2 จังหวัดเชียงใหม่ และ แม่ฮ่องสอน คือตำบลป่าแป๋ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ และตำบลแม่ฮี้ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นดอยสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,020 เมตร อาณาเขตพื้นที่ราว 87,500 ไร่ โดยพื้นที่ทั้งหมดอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดังและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่เลา–แม่แสะ ในช่วงแรกขุนแม่ยะเป็นผืนป่า ที่เสื่อมโทรม ถูกทำลายจนราบโล่ง แต่ต่อมาทางหน่วยได้เริ่มปลูกต้นพญาเสือโคร่งเพื่อเป็นการฟื้นฟูป่าในช่วงแรก เนื่องจากต้นพญาเสือโคร่งเป้นต้นไม้ที่เจริญเติบโตเร็วและยังมีดอกที่สวยงามอีกด้วยจนทุกวันนี้ต้นพญาเสือโคร่งเป็น ที่รู้จักกันนามของ ดอกซากุระเมืองไทย ที่สวยงามไม่แพ้ที่ใด

การเดินทางมาชมดอกพญาเสือโคร่งที่ ขุนแม่ยะ ถ้าตั้งต้นจากอำเภอเมืองเชียงใหม่ ให้ใช้เส้นทางถนนโชตนา(เชียงใหม่ – ฝาง) มาถึงบ้านแม่มาลัย ประมาณหลัก กม.34 เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1095 ทางไปปาย ไปห้วยน้ำดังนั่นแหละ ขึ้นเขาคดเคี้ยวชมวิวไปจนถึงทางเข้า ห้วยน้ำดังด้านขวามือ ให้ชะลอรถขับช้าๆต่อไปเตรียมตัวได้เลยอีก กิโลเมตรกว่าๆถึง ด่านตรวจแม่ยะ หลัก กม. 67 + 500 เป็นอันว่าถึงต้นทางขึ้นดอยแล้ว เลี้ยวซ้ายเข้าถนนวิบากดินลูกรังขับไต่ความสูงชันขึ้นดอย ประมาณ 8 กม. ก็จะถึงที่ทำการ หน่วยจัดการต้นน้ำขุนแม่ยะ ถนนทางเข้าก็ค่อนข้างลำบากเนื่องจากที่นี่เป็นเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่า ไม่มีนโยบายที่จะทำถนนถึงแม้จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวก็ตาม ระหว่างทางที่นั่งรถมาผ่านทางลูกรังที่บางช่วงยังยากลำบาก ระหว่างทางเต็มไปด้วยผืนป่ารกทึบอุดมสมบูรณ์และแน่นอนบนเส้นทางจะพบต้นนางพญาเสือโคร่งกระจายอยู่กับต้นสนสามใบและ และเมื่อถึงหน่วยจัดการต้นน้ำขุนแม่ยะ สิ่งแรกที่เราเห็นตั้งแต่ปากทางเข้าคือ ความสวยงามของเจ้าดอกพญาเสือโคร่งที่เบ่งบาน เต็มยอดดอย ยิ่งมาในวันที่ท้องฟ้าสดใส สีฟ้าเข้มในช่วงฤดูหนาวด้วยแล้วเหมือนกับ สวรรค์บนดินของนักท่องเที่ยวเลยก็ว่าได้
เมื่อเดินเข้าไปข้างในหน่วยจัดการต้นน้ำขุนแม่ยะ เราก็จะพบซุ้มของดอกพญาเสือโคร่งสูงใหญ่สองข้างทางสีสันสดใส แซมกับต้นสนสามใบที่ปลูกเคียงคู่กันลดหลั่นกันไปตามระดับ ยิ่งมีแสดงแดดอ่อนมากกระทบกับด้วยแล้วยิ่งเพิ่มความสวยงามและความมีชีวิตชีวาให้ดอกพาเสือโคร่งน่าชวนมองยิ่งขึ้น ดอกพญาเสือโคร่งที่ขุนแม่ยะมีให้เราเดินชมๆและตื่นตา ตื่นใจ ได้ตลอดทุกเส้นทางที่เราเดินผ่าน ดอกพญาเสือโคร่งที่ขุนแม่ยะจะเบ่งบานบนลานกว้างบนเขา ลดลั่นกันไป

1.รถยนต์ส่วนตัว
ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 1095 (สายแม่มาลัย – ปาย)จะผ่านทางเข้า อช.ห้วยน้ำดัง เลยไปประมาณ 1 กม.จะถึง ด่านตรวจแม่ยะ, ด่านกักกันสัตว์แม่ยะปากทางเข้าหน่วยจัดการต้นน้ำแม่ยะ จะอยู่ทางซ้ายมือ ให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปอีก 8 กม เป็นทางลูกรังบริเวณหน่วยจัดการขุนแม่ยะ เส้นทางเข้าหน่วยจัดการต้นน้ำแม่ยะ เป็นดินลูกรังค่อนข้างลำบาก รถที่สามารถเข้าไปได้ต้องเป็นรถกระบะขับเคลื่อน 4 ล้อเท่านั้น และ ต้องขับอย่างระมัดระวังด้วยความชำนาญ นักท่องเที่ยวจะนิยมจอดรถไว้ตรงปากทางเข้าแล้วใช้บริการรถของชาวบ้านที่คุ้นเคยกับพื้นที่มากกว่า ซึ่งมีให้บริการ อยู่ตรงปากทางเข้าตลอดทั้งวัน ราคาเหมาไปกลับ 1,200 บาท
2.โดยสารสาธารณะ
จากเชียงใหม่ รถตู้ สายเชียงใหม่-ปาย รถตู้ปรับอากาศจะออกทุกชั่วโมง เที่ยวแรก 06.30 น. เที่ยวสุดท้าย 16.30 น. ราคา 150 บาท หรือนั่งรถโดยสาร เชียงใหม่-ปาย เวลา 10.30 น., 14.00 ,15.00 ราคา 72 บาท แล้วไปลงระหว่างทางที่ด่านตรวจแม่ยะ จากนั้นเหมารถเช่าของชาวบ้านขึ้นไปหน่วยจัดการต้นน้ำขุนแม่ยะ
หน่วยจัดการต้นน้ำขุนแม่ยะ ไม่มีบ้านพักรับรองนักท่องเที่ยว ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใด ๆเนื่องจากเป็นสถานที่ราชการ ไม่ใช่ของอุทยานแห่งชาติ นักท่องเที่ยวที่ต้องการค้างที่นี่ต้องเตรียมเต้นท์และอุปกรณ์แคมปิ้งมาเอง ทางหน่วยงานฯ มีสถานที่กางเต้นท์เตรียมไว้ให้ มีห้องน้ำและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไว้แต่ไม่มากนักในส่วนของอาหารการกินและน้ำดื่มมาเองจะดีกว่าค่ะ เพราะขุนแม่ยะไม่มีร้านอาหาร มีเพียงซุ้มเล็กๆที่ตั้งจำหน่ายอาหารเล็กๆน้อยๆ เท่านั้น โทร 053 213 453
ที่มา หน่วยจัดการต้นน้ำขุนแม่ยะ